ระบบส่งบทความออนไลน์
ลืมรหัสผ่าน | ลงทะเบียน

การเตรียมต้นฉบับ
คำแนะนำในการเตรียมและการส่งต้นฉบับ
วารสารศรีปทุมปริทัศน์ ฉบับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
(เริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2562 หรือปีที่ 19 ฉบับที่ 1 เป็นต้นไป)
 
กองบรรณาธิการ วารสารศรีปทุมปริทัศน์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มีความยินดีที่จะรับบทความจากทุกท่าน เพื่อตีพิมพ์และเผยแพร่ในวารสาร เพื่อความสะดวกในการพิจารณา จึงขอแนะแนวทางการเตรียมต้นฉบับและส่งต้นฉบับ ดังนี้
 
ประเภทของบทความ
          1. บทความวิจัย (Research Article) หมายถึง เป็นการนำเสนอผลการวิจัยอย่างเป็นระบบ กล่าวถึงความเป็นมา และความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ ขอบเขตการวิจัย การดำเนินการวิจัย ผลการวิจัย สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ
         2. บทความวิชาการ (Academic Article) หมายถึง งานเขียนซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เป็นความรู้ใหม่ กล่าวถึง ความเป็นมาของปัญหา วัตถุประสงค์ แนวทางการแก้ปัญหา มีการใช้แนวคิดทฤษฎี ผลงานวิจัยจากแหล่งข้อมูล เช่น หนังสือวารสารวิชาการ อินเทอร์เน็ต ประกอบการวิเคราะห์ วิจารณ์ เสนอแนวทางการแก้ไข
        3. บทความปริทัศน์ (Review Article) หมายถึง งานวิชาการที่ประเมินสถานะล่าสุดทางวิชาการ เฉพาะทางที่มีการศึกษาค้นคว้า มีการวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้ ทั้งทางกว้างและทางลึกอย่างทันสมัย โดยให้ข้อวิพากษ์ที่ชี้ให้เห็นแนวโน้มที่ควรศึกษาและพัฒนาต่อไป
        4. บทวิจารณ์หนังสือ (Book Review) หมายถึง บทความที่วิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาสาระ คุณค่า และคุณูปการ ของหนังสือ บทความ หรือผลงานศิลปะ อาทิ นิทรรศการทัศนศิลป์ และการแสดงละครหรือดนตรี โดยใช้หลักวิชาและดุลพินิจ อันเหมาะสม
 
องค์ประกอบของบทความ
          1. บทความวิจัย (Research Article)
         บทความวิจัย ประกอบด้วยหน้าชื่อเรื่อง บทคัดย่อ และเนื้อหาของบทความ โดยมีข้อมูลตามลำดับดังนี้ ชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน สังกัด (ภาควิชา คณะ สถาบัน) และอีเมล์ ของผู้เขียนสำหรับติดต่อ ในส่วนบทคัดย่อต้องระบุถึงแบบแผนการวิจัย วัตถุประสงค์ ประชากรและตัวอย่าง เครื่องมือวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และผลการวิจัย ความยาวไม่เกิน 250 คำ ในกรณีที่ต้นฉบับเป็นภาษาไทย ให้ผู้เขียนเขียนบทคัดย่อทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ระบุคำสำคัญของเรื่อง (Keywords) จำนวนไม่เกิน 5 คำ ในส่วนเนื้อหาของบทความ ให้เริ่มต้นจาก ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ กรอบแนวคิดในการวิจัย (ถ้ามี) สมมติฐานการวิจัย (ถ้ามี) วิธีดำเนินการวิจัย (แบบแผนการวิจัย ประชากรและตัวอย่าง เครื่องมือวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล) ผลการวิจัย อภิปรายผล ข้อเสนอแนะ และกิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) 
 
          2. บทความวิชาการ (Academic Article)
  บทความวิชาการ ประกอบด้วยชื่อเรื่อง บทคัดย่อ และเนื้อหาของบทความ  โดยเรียงลำดับดังนี้ ชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน สังกัด (ภาควิชา คณะ สถาบัน) และอีเมล์ของผู้นิพนธ์ สำหรับติดต่อ ในส่วนบทคัดย่อ ต้องระบุถึงวัตถุประสงค์ หัวสำคัญที่นำเสนอ สรุป และข้อเสนอแนะ โดยเนื้อหาในบทคัดย่อความยาวไม่เกิน 250 คำ ในกรณีที่ต้นฉบับเป็นภาษาไทย ให้ผู้เขียนเขียนบทคัดย่อทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ระบุคำสำคัญของเรื่อง (Keywords) จำนวนไม่เกิน 5 คำ ในส่วนเนื้อหาของบทความ ให้เริ่มต้นจากบทนำ ที่แสดงเหตุผลหรือที่มาของประเด็นที่ต้องการอธิบายหรือวิเคราะห์ ในส่วนเนื้อหาสาระ จะเป็นการอธิบายหรือวิเคราะห์ประเด็นตามหลักวิชาการ โดยมีการสำรวจเอกสารหรืองานวิจัยเพื่อสนับสนุนจนสามารถสรุปผลการวิเคราะห์ในประเด็นนั้นได้ อาจเป็นการนำความรู้จากแหล่งต่างๆ มาประมวลร้อยเรียงเพื่อวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ โดยผู้เขียนสามารถแสดงทัศนะทางวิชาการของตนเองไว้อย่างชัดเจนด้วย ส่วนสุดท้ายจะเป็นส่วนสรุปและข้อเสนอแนะ มีการเขียนเอกสารอ้างอิงที่ครบถ้วนสมบูรณ์
 
         3. บทความปริทัศน์ (Review Article)
         บทความปริทัศน์ ประกอบด้วยชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน สังกัด (ภาควิชา คณะ สถาบัน) และอีเมล์ของผู้เขียน สำหรับติดต่อ บทความปริทัศน์เป็นการนำเสนอภาพรวมของเรื่องที่น่าสนใจ ในส่วนของเนื้อหาของบทความ ต้องมีบทนำ เพื่อกล่าวถึงความน่าสนใจของเรื่องที่นำเสนอก่อนเข้าสู่เนื้อหาในแต่ละประเด็น และต้องมีบทสรุปเรื่องที่เสนอ พร้อมข้อเสนอแนะจากผู้เขียนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวสำหรับให้ผู้อ่านได้พิจารณาประเด็นที่น่าสนใจต่อไปผู้เขียนควรตรวจสอบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับบทความที่นำเสนออย่างละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหาที่ใหม่ที่สุด ข้อมูลที่นำเสนอจะต้องไม่จำเพาะเจาะจงเฉพาะผู้อ่านที่อยู่ในสาขาของบทความเท่านั้น แต่ต้องนำเสนอข้อมูลที่ซึ่งผู้อ่านในสาขาอื่นสามารถเข้าใจได้
 
        4. บทวิจารณ์หนังสือ (Book Review)
         บทวิจารณ์หนังสือ ประกอบด้วยชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน สังกัด (ภาควิชา คณะ สถาบัน) และอีเมล์ของผู้เขียน สำหรับติดต่อ ชื่อเรื่องของบทวิจารณ์หนังสือควรเรียกร้องความสนใจของผู้อ่านและสื่อความหมายได้ชัดเจน เช่น ตั้งชื่อตามชื่อหนังสือที่ต้องการวิจารณ์ ตั้งชื่อตามจุดมุ่งหมายของเรื่อง ตั้งชื่อด้วยการให้ประเด็น ชวนคิด ชวนสงสัย เป็นต้น ในส่วนบทนำ เป็นการเขียนนำเกี่ยวกับหนังสือที่จะวิจารณ์ ในส่วนเนื้อหา เป็นส่วนแสดงความคิดเห็นและรายละเอียด ในการวิจารณ์ โดยนำเสนอจุดเด่น และจุดบกพร่องของเรื่องอย่างมีหลักเกณฑ์และมีเหตุผล และส่วนสุดท้ายเป็นบทสรุป เป็นการเขียนสรุปความคิดทั้งหมดที่วิจารณ์และให้แง่คิด หรือข้อสังเกตที่เป็น ประโยชน์ต่อผู้อ่าน นอกจากนี้บทสรุปยังช่วยให้ผู้อ่านได้ทบทวน ประเด็นสำคัญของเรื่องและความคิดสำคัญของผู้วิจารณ์ แม้ว่าผู้อ่านอาจจะไม่ได้อ่านบทวิจารณ์ทั้งบท แต่ได้อ่านบทสรุปก็สามารถทราบเรื่องของหนังสือที่นำมาวิจารณ์ รวมทั้ง ความคิดเห็นของผู้วิจารณ์ที่มีต่อหนังสือเรื่องนั้นได้
 
การเตรียมต้นฉบับ
         1. ขนาดของบทความ: ควรจัดพิมพ์บทความด้วย Microsoft Word บนกระดาษขนาด A4 หน้าเดียว ประมาณ 26 บรรทัด ต่อ 1 หน้า แบบแนวตั้ง (Portrait) รูปแบบตัวอักษร (Font) ให้ใช้ตัวอักษร TH Sarabun PSK ขนาดของตัวอักษร (Font size) เท่ากับ 16 และใส่เลขหน้าตั้งแต่ต้นจนจบบทความที่ด้านบนขวาของกระดาษ (ยกเว้นหน้าแรก) ความยาวของบทความไม่ควรเกิน 15 หน้า สำหรับการตั้งค่าหน้ากระดาษ (Page setup) และส่วนระยะขอบ (Margins) กำหนดดังนี้
 
                                    ด้านบน (Top) 2.54 ซม. ด้านล่าง (Bottom)    2.54 ซม.
                                    ด้านซ้าย (Left) 2.54 ซม. ด้านขวา (Right) 2.54 ซม.
                                    หัวกระดาษ (Header) 1.25 ซม.  ท้ายกระดาษ (Footer) 1.25 ซม.
 
       2. ชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน และสังกัด (Title, Author’s name, Author’s affiliation): ชื่อเรื่องภาษาไทยและภาษาอังกฤษจัดกึ่งกลาง ให้ใช้ตัวอักษร TH Sarabun PSK ขนาดของตัวอักษร18 ตัวหนา ส่วนชื่อ-นามสกุลผู้เขียน และสังกัด ให้เขียนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ทั้งนี้ ชื่อผู้เขียนให้ใช้ตัวอักษร TH Sarabun PSK ขนาดของตัวอักษร 16 ตัวหนา และไม่ต้องระบุคำนำหน้าชื่อ เช่น นาย นาง นางสาว ดร. ผศ. รศ. ศ. เป็นต้น ส่วนสังกัดให้ใช้ตัวอักษร TH Sarabun PSK ขนาดของตัวอักษร 16 ตัวหนา ให้ระบุสาขาวิชา ภาควิชา คณะ สถาบัน หรือหน่วยงานที่สังกัด พร้อมอีเมล์ในการติดต่อ
 
       3. บทคัดย่อ (Abstract): หัวข้อบทคัดย่อให้ใช้ตัวอักษร TH Sarabun PSK ขนาดของตัวอักษร 18 ตัวหนาและชิดซ้าย ส่วนเนื้อความในบทคัดย่อและคำสำคัญให้ใช้ตัวอักษร TH Sarabun PSK ขนาดของตัวอักษร 16 ตัวธรรมดา หากเป็นบทความภาษาไทยให้เขียนบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หากเป็นบทความภาษาอังกฤษ ให้เขียนบทคัดย่อเป็นภาษาอังกฤษ (หรืออาจมีบทคัดย่อภาษาไทยด้วยหรือไม่ก็ได้) ทั้งนี้ บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมกันไม่ควรเกิน 1 หน้ากระดาษ A4 ให้จัดพิมพ์เป็น 1 คอลัมน์ มีความยาวประมาณ 250 คำ จะต้องพิมพ์คำสำคัญในบทคัดย่อภาษาไทย และพิมพ์ Keywords ในบทคัดย่อภาษาอังกฤษของบทความเรื่องนั้นด้วยจำนวนไม่เกิน 5 คำ 
 
       4. เนื้อหา (Content): หัวข้อให้ใช้ตัวอักษร TH Sarabun PSK ขนาดของตัวอักษร 18 ตัวหนาและชิดซ้าย ส่วนเนื้อความในแต่ละหัวข้อให้ใช้ตัวอักษร TH Sarabun PSK ขนาดของตัวอักษร 16 ตัวธรรมดา
 
       5. รูปภาพและตารางประกอบ: ควรมีภาพที่ชัดเจน ถ้าเป็นรูปถ่ายควรมีภาพถ่ายจริงแนบมาด้วย หากเป็นภาพที่คัดลอกมาจากแหล่งอื่นควรเขียนแหล่งอ้างอิงนั้นด้วยตามหลักวิชาการ กรณีรูปภาพให้ใช้คำว่า “ภาพที่” กรณีตารางให้ใช้คำว่า “ตารางที่”
 
       6. เอกสารอ้างอิง (References): การเขียนอ้างอิงให้ใช้ระบบ APA โดยมีเงื่อนไขดังนี้
           6.1 เอกสารที่นำมาอ้างอิงต้องมีไม่เกิน 20 รายการ และไม่ควรมีอายุเกิน 10 ปี ยกเว้นแนวคิดหรือทฤษฎีที่เกิดมาก่อน 10 ปีและในปัจจุบันยังมีผู้นำมาใช้ อนุโลมให้นำมาใช้อ้างอิงได้
           6.2 ให้จัดพิมพ์เป็น 1 คอลัมน์ และเรียงตามลำดับตัวอักษร
           6.3 ต้องมีการอ้างอิงบทความที่มีการตีพิมพ์ในวารสารศรีปทุมปริทัศน์ ฉบับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ อย่างน้อย 1 บทความ 
         6.4 การอ้างอิงในเนื้อหา ใช้ระบบนามปี [นามสกุล, ปี หรือ นามสกุล (ปี)] และอ้างอิงโดยใช้นามสกุลภาษาอังกฤษเท่านั้น เช่น Yurarach (2017) หรือ (Yurarach, 2017) เป็นต้น ทั้งนี้ หากมีผู้  แต่ง  2 คน ให้ใส่นามสกุลทั้งสองคน เช่น Yurarach & Yoothanom (2017) หรือ (Yurarach & Yoothanom, 2017) หากมีผู้แต่งมากกว่า 2 คน ให้ใส่นามสกุลของผู้แต่งคนแรก และตามด้วย “et al.” เช่น Yurarach et al. (2017) หรือ (Yurarach et al., 2017) เป็นต้น
           6.5 เอกสารอ้างอิงฉบับภาษาไทยต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด โดยมีแนวทางดังนี้
                   (1) ต้องแปลเอกสารอ้างอิงภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษทุกรายการ โดยยังคงเอกสารอ้างอิงภาษาไทยเดิมไว้ด้วย เขียนจัดเรียงคู่กัน โดยให้เอกสารอ้างอิงภาษาอังกฤษที่แปลขึ้นก่อนและตามด้วยเอกสารอ้างอิงภาษาไทย และเติมคำว่า “(in Thai)” ต่อท้ายเอกสารอ้างอิงภาษาอังกฤษที่แปลจากภาษาไทย
                   (2) การเรียงลำดับเอกสารอ้างอิง กรณีเอกสารอ้างอิงที่แปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษให้เรียงลำดับตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ และรายการเอกสารอ้างอิงทุกรายการ หากมีผู้เขียนไม่เกิน 6 คน ให้ใส่ชื่อให้ครบทุกคน แต่หากมีมากกว่า 6 คน ให้ใส่ชื่อทั้ง 6 คน หลังจากคนที่ 6 ให้ตามด้วย “และคณะ” หรือ “et al” 
 
                                   ตัวอย่างการแปลเอกสารอ้างอิงภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ
ตัวอย่างที่ 1 หนังสือ
                         
    ชื่อผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). ชื่อหนังสือ. พิมพ์ครั้งที่ (ถ้ามี).สถานที่พิมพ์ (เมือง): สำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์.
 
 
Jamornmann, U. (2002). Nine steps to complete the full circle of education quality 
                          assurance (Vol. 24). Bangkok: Funny. (in Thai)
อุทุมพร จามรมาน. (2545). 9 ขั้นตอนการทำประกันคุณภาพการศึกษาที่ครบวงจร. กรุงเทพฯ:
                          ฟันนี่.
 
ตัวอย่างที่ 2 วารสาร
 
     ชื่อผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร, ปีที่ (ฉบับที่), หน้าแรก-หน้าสุดท้าย.
 
Yurarach, S. (2015). The Factors and Guidelines of Conducting Quality Assurance
                    Happily  of Lecturers in Private Higher Education Institutions. Sripatum Review of Social Sciences and Humanities, 15 (2), 46-56. (in Thai)
สุบิน ยุระรัช. (2558). องค์ประกอบและแนวทางการทำประกันคุณภาพอย่างมีความสุขของ
                  อาจารย์  สถาบันอุดมศึกษาเอกชน. วารสารศรีปทุมปริทัศน์ ฉบับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 15 (2), 46-56.
 
ตัวอย่างที่ 3 เว็บไซต์
 
        ชื่อผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). ชื่อเรื่อง. [ออนไลน์]. ค้นเมื่อ วัน เดือน ปี, จาก: URL.
 
Wikipedia free encyclopedia. (2018). Globalization [Online]. Retrieved May 23, 2018, 
                from: http://th.wikipedia.org/wiki/Globalization. (in Thai)
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2561). โลกาภิวัฒน์ [ออนไลน์]. ค้นเมื่อ 23 พฤษภาคม 2561, จาก :
                http://th.wikipedia.org/wiki/Globalization.
 
ตัวอย่างที่ 4 รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการ
 
ชื่อผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). ชื่อบทความ. รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการ (ชื่อเอกสาร), วัน เดือน ปี      สถานที่จัด, หน้าแรก-หน้าสุดท้าย.
 
Sudatip, P. and Yurarach, S. (2017). The utilization of External Evaluation to Develop 
             Cluster 35 Schools under Lat Krabang District in Bangkok Metropolis. The Proceedings of the 12th National and International Sripatum University Conference                                   (SPUCON2017), 14 December 2017 at Sripatum University (Bangkhen Campus), 1654-1664. (in Thai)
ปนัดดา สุดาทิพย์ และ สุบิน ยุระรัช. (2560). การนำผลการประเมินภายนอกไปใช้ในการพัฒนาโรงเรียน
             ของเครือข่ายโรงเรียนที่ 35 สำนักงานเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร. รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ครั้งที่ 12 ประจำปี 2560,
             วันที่ 14 ธันวาคม 2560 ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 1654-1664.
 
ตัวอย่างที่ 5 วิทยานิพนธ์
 
      ชื่อผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). ชื่อวิทยานิพนธ์. ระดับปริญญาของวิทยานิพนธ์, ชื่อมหาวิทยาลัย.
 
Tigulwong, S. (2016). The Causal Relationship Model of Intelligent Schools under the Office 
               of Basic Education Commission. Thesis of the Degree of Doctor of Philosophy Program in Educational Administration. Sripatum University. (in Thai)
สุมนา ธิกุลวงษ์ สุบิน ยุระรัช และอรรณพ จีนะวัฒน์. (2559). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของ สถานศึกษาที่มีลักษณะเป็นองค์กรอัจฉริยะ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.                              วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
7. บทความทุกเรื่องที่ส่งให้กองบรรณาธิการพิจารณา ต้องไม่ได้รับการเผยแพร่ที่ใดมาก่อน หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาเผยแพร่ของวารสารอื่นๆ
8. การส่งต้นฉบับบทความ (Submission) ทำได้ 2 วิธี ได้แก่
              วิธีที่ 1 ส่งต้นฉบับบทความผ่านระบบ ThaiJo โดยให้ผู้เขียนเข้าไปลงทะเบียนและทำตามขั้นตอนของระบบ สามารถเข้าไปดำเนินการได้ที่ https://www.tci-thaijo.org/index.php/spurhs
              วิธีที่ 2 ส่งต้นฉบับบทความ (ฉบับพิมพ์) มาที่กองบรรณาธิการวารสาร โดยให้ผู้เขียนดำเนินการดังนี้
              (1) ส่งต้นฉบับบทความในรูปแบบของไฟล์ word และ pdf ตามรูปแบบของวารสารมาที่อีเมล์ research@spu.ac.th พร้อมสลิปเงินโอนเข้าบัญชีธนาคาร (ค่าพิจารณาบทความ) 
              (2) ส่งต้นฉบับบทความ (ฉบับพิมพ์) จำนวน 4 ฉบับ ระบุชื่อผู้เขียน 1 ฉบับ และไม่ระบุชื่อผู้เขียน 3 ฉบับ และแบบฟอร์มส่งบทความ 1 ฉบับ พร้อม CD ที่บันทึกไฟล์ต้นฉบับบทความในรูปแบบ     ของไฟล์ word และ pdf จำนวน 1 แผ่น โดยให้ผู้เขียนส่งต้นฉบับบทความมาที่ 
 
กองบรรณาธิการ วารสารศรีปทุมปริทัศน์ ฉบับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
ที่อยู่ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย มหาวิทยาลัยศรีปทุม 
เลขที่ 2410/2 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 
โทรศัพท์ 0-2579-1111 ต่อ 1331, 1252, 1155  
โทรสาร 0-2579-1111 ต่อ 2187 
 
อัตราค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขในการพิจารณาบทความ
 
1. ผู้เขียนจ่ายค่าพิจารณาบทความ
 
      *** ฉบับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ในอัตรา 4,000 บาท ต่อ 1 บทความ   
       ***ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี      ในอัตรา 2,000 บาท ต่อ 1 บทความ
 
2. การจ่ายเงินค่าพิจารณาบทความ ให้จ่ายผ่านระบบการโอนเข้าบัญชีธนาคารเท่านั้น โดยกองบรรณาธิการขอยกเลิกการจ่ายเงินผ่านตั๋ว แลกเงิน/ธนาณัติ 
3. กองบรรณาธิการจะไม่คืนเงินใน กรณีที่บทความไม่ผ่านการพิจารณาจากกองบรรณาธิการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ว่าในกรณีใดๆ      

  หมายเหตุ

(1) การจ่ายเงินค่าพิจารณาบทความและค่าสมัครสมาชิก ให้จ่ายผ่านระบบการโอนเข้าบัญชีธนาคารเท่านั้น ค่าพิจารณาบทความฉบับมนุษยศาสตร์และสังคมศาตร์ 4,000 บาท                 

ค่าพิจารณาบทความฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2,000 บาท   โดยกองบรรณาธิการขอยกเลิกการจ่ายเงินผ่านตั๋วแลกเงิน/ธนาณัติ  

โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์   ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขามหาวิทยาลัยศรีปทุม

                                                   ชื่อบัญชี มหาวิทยาลัยศรีปทุม  เลขที่บัญชี 006-8-07686-8   พร้อมส่งสำเนาการโอนเงิน

(2) กองบรรณาธิการจะไม่คืนเงินในกรณีที่บทความไม่ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ว่าในกรณีใดๆ เนื่องจากใช้เป็นค่าตอบแทนการพิจารณาบทความของผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว

 

คำแนะนำในการเตรียมและการส่งตันฉบับ  มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์   คลิกที่นี่ 

คำแนะนำในการเตรียมและการส่งต้นฉบับ  วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  คลิกที่นี่

แบบฟอร์มการนำส่งบทความ  คลิกที่นี่